เราได้พูดถึงเรื่องความหยิ่งไปแล้ว 2 ตอน และก่อนที่เราจะยุติหัวข้อนี้ผมอยากจะพูดบางประเด็นเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบางประการซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนี้
ประการแรก ความยินดีที่เกิดขึ้นจากการได้รับคำสรรเสริญไม่ใช่ความหยิ่งจองหองนะครับ เด็กที่ได้รับคำชมเพราะทำบทเรียนได้ดี หรือผู้หญิงที่ชายคนรักกล่าวชื่นชมความงามของหล่อน หรือจิตวิญญาณที่พระคริสต์กล่าวชมว่า "ทำได้ดีมาก" คนเหล่านี้ทุกคนรู้สึกยินดีและก็ควรจะรู้สึกเช่นนั้นด้วย เพราะความรู้สึกยินดีในที่นี้ไม่ได้มาจากการที่แต่ละคนพอใจในตัวเอง แต่มาจากการที่คุณได้สร้างความยินดีให้แก่คนที่คุณอยากเอาใจ (และเป็นการถูกแล้วที่คุณจะอยากทำเช่นนั้น)
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อคุณคิดเกินเลยไปจาก "ฉันได้สร้างความยินดีให้แก่เขาแล้ว ดีจริง" โดยคิดเลยไปว่า "ถึงว่าล่ะ ฉันคงจะต้องเป็นคนชั้นดีไม่เบาเลยเชียวที่ทำได้อย่างนั้น" ยิ่งคุณยินดีในตัวเองมากเท่าไร และยิ่งคุณยินดีในคำสรรเสริญน้อยลงเท่าไร คุณก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น เมื่อคุณพึงพอใจในตัวเองล้วนๆ และไม่สนใจคำสรรเสริญเลย นั่นหมายความว่าคุณตกต่ำถึงก้นบึ้งแล้ว นั่นคือเหตุที่ความหลงลำพองซึ่งเป็นคาวมเย่อหยิ่งที่ปรากฎออกมาภายนอกมากที่สุด แต่แท้จริงแล้วเป็นความหยิ่งยโสที่เบาที่สุดและน่าให้อภัยได้ง่ายที่สุด คนที่มักลำพองใจรู้สึกอยากมากจนเกินงามที่จะให้คนชื่นชม สรรเสริญปรบมือให้ตน และพยายามหลอกล่อผู้อื่นให้ชมตนอยู่เสมอ นี่เป็นความบกพร่องชนิดหนึ่ง แต่เป็นความบกพร่องแบบเด็กๆ และอาจจะเป็นเพียงความบกพร่องเล็กน้อยในด้านความถ่อมใจเท่านั้น ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าคุณยังไม่อิ่มกับการชื่นชมตัวเอง
ความหยิ่งยโสจริงๆ ที่มีสำดำเหมือนกับปีศาจเกิดขึ้นเมื่อคุณดูถูกผู้อื่นมากจนกระทั่งคุณไม่สนใจว่าเขาคิดอย่างไรกับคุณ แน่นอนละ บ่อยครั้งก็จะเป็นสิ่งถูกต้องและอาจเป็นหน้าที่ของเราที่จะไม่สนใจว่าคนอื่นคิดอะไรกับเรา ถ้าหากเราาคิดเช่นนั้นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง คือว่า เพราะเราสนใจว่าพระเจ้าทรงคิดอย่างไรมากกว่าจนเทียบไม่ได้ที่จะสนใจสายตาของมนุษย์ แต่คนหยิ่งยโสมีเหตุผลที่แตกต่างไปในการที่จะไม่สนใจคนอื่น เขาจะพูดว่า "ฉันจะสนใจทำไมกับเสียงปรบมือของคนชั้นเลวพวกนั้น อย่างกับว่าความเห็นของพวกเขามีค่าอะไรอย่างนั้นแหละ และถึงแม้ว่าความคิดเห็นของเขาจะมีค่าอยู่บ้าง ฉันเป็นคนประเภทที่จะหน้าแดงดีใจที่มีคนชมเหมือนสาวน้อยได้ออกเต้นรำครั้งแรกอย่างนั้นหรือ
ไม่หรอก ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่มีความกลมกลืนในบุคลิก ทั้งหมดที่ฉันทำไปเพียงเพื่อตอบสนองอุดมคติของฉันเท่านั้น เพราะว่าฉันเป็นคนอย่างนั้น ถ้าฝูงชนชอบ ก็ปล่อยให้ชอบกันไป พวกเขาไม่มีความหมายสำหรับฉัน"
และประการที่ 2 อย่าคิดว่าเมื่อคุณได้พบคนที่ถ่อมสุภาพจริงๆ เขาจะเป็นเหมือนผู้ที่คนทุกวันนี้เรียกว่า "ต่ำต้อย" เขาจะไม่ใช่คนที่เนื้อตัวสกปรกเปรอะเปื้อนที่คอยพร่ำบอกคุณเสมอว่า เขาไม่สลักสำคัญอะไรเลย เป็นไปได้ว่าสิ่งเดียวที่คุณจะคิดเมื่อเจอคนที่ถ่อมสุภาพจริงๆ ก็คือดูเหมือนท่าทางเขาจะร่าเริง เป็นคนฉลาด และสนใจสิ่งที่คุณพูดกับเขาอย่างจริงจัง ถ้าหากคุณไม่ชอบเขาก็คงเป็นเพราะคุณรู้สึกอิจฉาเล็กน้อยที่ใครก็ตามสามารถจะมีความสุขกับชีวิตได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น เขาจะไม่คิดถึงเรื่องความถ่อมสุภาพ เขาจะไม่คิดถึงตัวของเขาเองเลย
ถ้าหากใครต้องได้คุณสมบัติถ่อมสุภาพ ผมคิดว่าผมสามารถบอกให้ได้ว่าก้าวแรกคืออะไร ก้าวแรกคือต้องตระหนักก่อนว่าตัวเองหยิ่งยโส ซึ่งเป็นก้าวที่ค่อนข้างใหญ่ด้วย อย่างน้อยๆ เราก็จะทำอะไรก่อนขั้นนี้ไม่ได้เลย ถ้าหากคุณคิดว่าคุณไม่ได้หยิ่งหยองเลย นั่นหมายความว่า แท้จริงแล้วคุณหยิ่งหยองจริงๆ
โดย ซี.เอส.ลูอิส
Friday, November 4, 2011
Thursday, November 3, 2011
ความบาปมหันต์ (ตอนที่ 2)
จากตอนที่แล้ว เราได้รับรู้ไปแล้วว่า สิ่งที่ผลักดันให้คนอยากได้มากขึ้นนั้นคือความเย่อหยิ่งต่างหาก ทั้งความปรารถนาที่จะร่ำรวยมากยิ่งกว่าคนรวยคนอื่น และ (ยิ่งไปกว่านั้น) มันคือ กระหายอำนาจ เพราะว่าแน่นอน สิ่งที่คนเย่อหยิ่งชอบจริงๆ ก็คือที่จะได้อำนาจ ไม่มีอะไรที่จะทำให้คนหนึ่งรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นได้เท่ากับการที่เขาสามารถจะสั่งการให้คนอื่นทำโน่นทำนี่ได้เหมือนสั่งตุ๊กตาทหาร อะไรทำให้ผู้หญิงสวยๆ สร้างความทุกข์ระทมไปทั่วทุกแห่งที่หล่อนไปถึงโดยการหว่านเสน่ห์ให้มีคนชื่นชอบหล่อนมากๆ แน่นอน ไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณทางเพศของหล่อนหรอก ผู้หญิงชนิดนั้นบ่อยครั้งทีเดียวที่เย็นชาเรื่องเพศ ความเย่อหยิ่งต่างหากที่ทำให้หล่อนเป็นเช่นนั้นถ้าผมเป็นคนหยิ่ง แล้วตราบเท่าที่ยังมีอยู่คนหนึ่งในโลกนี้ที่มีอำนาจมากกว่าผม หรือรวยกว่า หรือฉลาดกว่าผม คนคนนั้นก็คือคู่แข่งและศัตรูของผม
ความชั่วอื่นๆ บางครั้งอาจจะนำคนให้มาสามัคคีกันได้ คุณอาจพบการสังสรรค์เล่าเรื่องตลกโปกฮาและมีความเป็นมิตรกันในท่ามกลางคนขี้เมาหรือคนล่วงประเวณี แต่ความหยิ่งจองหองหมายถึงการเป็นศัตรูกันเสมอ ความหยิ่งจองหองคือการเป็นศัตรูกันนั่นเอง และไม่ใช่เป็นศัตรูระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นศัตรูกับพระเจ้าด้วย
เมื่อพูดถึงพระเจ้า คุณต้องเผชิญกับผู้ที่เป็นเลิศประเสริฐกว่าคุณในทุกแง่มุมเกินกว่าที่จะวัดได้ คุณไม่อาจจะรู้จักพระเจ้าได้เลย นอกเสียจากคุณจะทราบว่าพระองค์ทรงดีมากขนาดนั้น แล้วเพราะเหตุนั้นคุณจึงทราบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับพระองค์แล้ว ตัวคุณเองไร้ค่าจริงๆ ตราบใดที่คุณยังหยิ่งจองหองอยู่ คุณจะรู้จักพระเจ้าไม่ได้ คนหยิ่งจะมองผู้คนและสิ่งอื่นๆ อย่างเหยียดหยาม และแน่นอน ตราบใดที่คุณมองด้วยสายตาดูหมิ่นเหยียดหยาม ตราบนั้นคุณก็จะไม่มีทางเห็นอะไรที่อยู่เหนือคุณได้
และนั่นทำให้เกิดคำถามหนึ่ง คือจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นคนที่มีความหยิ่งยโส จึงสามารถพูดออกมาได้ว่าตัวเองเชื่อในพระเจ้า และตัวเขาเองรู้สึกเคร่งศาสนามาก ผมเกรงว่านั่นหมายความว่า พวกเขานมัสการพระเจ้าในจินตนาการของเขา โดยทฤษฎีเขายอมรับว่าตัวเขาเองไม่มีค่าอะไรต่อหน้าพระเจ้าที่ไม่มีตัวตนนี้ แต่ว่าจริงๆ แล้วตลอดเวลาเขาคิดฝันไปว่าพระองค์ทรงยอมรับการกระทำของเขาและทรงคิดว่าพวกเขาดียิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วๆ ไปมาก นั่นก็คือ เขาแสดงความถ่อมใจจอมปลอม ทำให้นึกถึงพระคัมภีร์ที่บอกว่า เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนเป็นอันมากร้องแก่เราว่า "พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์กล่าวพระวจนะในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้กระทำการมหัศจรรย์เป็นอันมากในพระนามของพระองค์ มิใช่หรือ เมื่อนั้นเราจะได้กล่าวแก่เขาว่า "เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา" (มัทธิว 7: 22-23)
แต่ขอบคุณพระเจ้าที่มีเรามีสิ่งหนึ่งที่พระเจ้าประทานให้ นั่นคือ "การทดสอบ" เมื่อใดก็ตามที่เราพบว่าชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราทำให้เรารู้สึกพึงพอใจว่าตนดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรารู้สึกว่าเราดียิ่งกว่าคนอื่น ผมคิดว่า เราแน่ใจได้เลยว่า ขณะนั้นมีผู้กระทำกิจในตัวเราซึ่งไม่ใช่พระเจ้า แต่ว่าเป็นมารซาตาน การทดสอบที่แท้จริงว่าคุณอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าก็คือ เมื่อคุณลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวตนของตนเองหรือเมื่อคุณเห็นว่าตัวเองเป็นเพียงสิ่งสกปรกตัวเล็กๆ เท่านั้นเป็นการดีกว่าที่จะลืมตัวตนของตนเองของตนเองเสียให้สิ้น
ความหยิ่งเป็นความบาปที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณโดยแท้ ตรงดิ่งมาจากนรกเลยทีเดียว และด้วยเหตุนั้นมันจึงแยบยลยิ่งกว่าและมีพิษร้ายถึงตาย ด้วยเหตุผลเดียวกัน ความหยิ่งนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือข่มความชั่วอื่นๆ ที่ชั่วน้อยกว่า มารซาตานหัวเราะ เพราะมันจะพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นคุณกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ทางเพศและกล้าหาญและควบคุมอารณ์ได้ ถ้าหากว่ามันสามารถแต่งตั้งจอมเผด็จการหยิ่งจองหองไว้ในตัวของคุณเช่นเดียวกับที่มันจะพอใจทีเดียวที่ไต้เห็นคุณหายจากอาการแสบคันตามมือและเท้า ถ้าหากว่ามันได้รับอนุญาตให้เอาโรคมะเร็งมาให้คุณแทนได้
โดย ซี.เอส.ลูอิส
Subscribe to:
Comments (Atom)
