ในพระธรรม สภษ.15:13 บอกว่า ใจที่ยินดีกระทำให้ใบหน้าร่าเริง แต่โดยความเสียใจดวงจิตก็สลายลง และ สภษ.17:22 ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดี แต่จิตใจที่หมดมานะทำให้กระดูกแห้ง
พระเจ้าทรงยืนยันว่าความร่าเริงเป็นสิ่งที่พระเจ้าปรารถนาในตัวมนุษย์ และพระเจ้าก็สร้างให้มนุษย์มีจิตใจเช่นนี้ด้วย และเรื่องของผลพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็พูดถึงเรื่องความชื่นชมยินดีด้วย
พระธรรม กท.5:22-23 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย
เมื่อก่อนเราอาจคิดว่าการเป็นคริสเตียนต้องสงบเสงี่ยม แต่จริงๆแล้วเราสามารถประยุกต์ได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องของกาลเทศะ เช่น การแต่งกาย หรือทำสิ่งอื่นๆ
บางครั้งเราก็สนุกเกินขอบเขต ทำให้คนอื่นเจ็บปวด เดือดร้อน เช่น แข่งรถมอเตอร์ไซค์เสียงดัง , ขำจุดด้อยของคนอื่น , แซวกันแบบไม่สมควร
2ทธ.3:4 ทรยศ มุทะลุ หัวสูง รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า
วันนี้เราจะมาศึกษาเรื่องนี้ด้วยกัน สิ่งแรกเราไปดู
นิยามของความบันเทิง
1) ความหมายทั่วไปในพจนานุกรม 2540 หมายความว่า ความเบิกบาน ความรื่นเริงหรือสิ่งที่ทำให้สนุก
2) ความหมายในพระคัมภีร์
ยรม.33:11 ที่นั่นจะได้ยินเสียงบันเทิงและเสียงรื่นเริงและเสียงเจ้าบ่าวและเสียงเจ้า สาว และเสียงบรรดาคนเหล่านั้นที่ร้องเพลง ขณะที่เขานำเครื่องบูชาโมทนาพระคุณมายังพระนิเวศของพระเจ้า ว่า 'จงถวายโมทนาแด่พระเจ้าจอมโยธา เพราะพระเจ้าประเสริฐ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์ เพราะเราจะให้แผ่นดินนั้นกลับสู่สภาพเดิม พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
ศคย.8:19 "พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า การอดอาหารในเดือนที่สี่ การอดอาหารในเดือนที่ห้า และการอดอาหารในเดือนที่เจ็ด และการอดอาหารในเดือนที่สิบ จะเป็นที่ให้ความบันเทิงและความร่าเริง และเป็นการเลี้ยงที่ให้ชื่นชมแก่พงศ์พันธุ์ยูดาห์ เหตุฉะนั้นเจ้าจงรักความเที่ยงตรงและสันติภาพ
คำว่า "บันเทิง" ในภาษาฮีบรูคือ ความเบิกบานเป็นพิเศษ ซึ่งพระเจ้าไม่ได้ห้าม และในภาษากรีก คือ การที่จิตใจภายในของมนุษย์ถูกกระทำให้ร่าเริง ยินดี แจ่มใส
วว.12:12 ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่แผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย"
แนวคิด และหลักการพระคัมภีร์
1) พระเจ้าปรารถนาให้เรามีความบันเทิงในชีวิต
ถ้าพระเจ้าเห็นเรายินดี พระองค์ก็มีความสุขด้วย ไม่ได้คิดว่าเราไม่สำรวมเลย
สดด. 118:24 นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้า ได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น
พระเจ้าให้เรายินดีแม้เผชิญความทุกข์บ้าง แต่ทุกสิ่งสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมยินดี
ยรม.31:13 แล้วพวกพรหมจารีจะเปรมปรีดิ์ในการเต้นรำ และคนหนุ่มกับคนแก่จะรื่นเริง เราจะกลับความโศกเศร้าของเขาให้เป็นความชื่นบานเราจะปลอบโยนเขาและให้ความ ยินดีแก่เขาแทนการไว้ทุกข์
2) ความบันเทิงที่แท้จริงมาจากพระเจ้า
สดด.43:4 แล้วข้าพระองค์จะไปยังแท่นบูชาของพระเจ้า ถึงพระเจ้าซึ่งเป็นความชื่นบานยอดยิ่งของข้าพระองค์และข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะถวายเพลงสดุดีแก่พระองค์ด้วยพิณเขาคู่
พระเจ้าเป็นความชื่นบานยอดยิ่ง (คำพูดของดาวิด) สิ่งที่ดีที่สุดในโลกคือการได้สนทนากับพระเจ้า
เรามักชอบคุยกับคนคุยสนุก แต่มนุษย์มักไม่ค่อยคุยกับพระเจ้า แต่ควรเปลี่ยน ดาวิดก็บอกว่าคุยกับพระเจ้าแล้วสนุก และการนมัสการก็ควรมีเป้าหมายเต็มที่ พบพระจ้า
คริสเตียนควรเป็นคนที่สร้างความบันเทิงอย่างแท้จริงให้กับโลก โดยเป็นความบันเทิงที่ชอบธรรมด้วย
สดด.102:26-27 สิ่งเหล่านี้จะพินาศ แต่พระองค์จะทรงดำรงอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม พระองค์ทรงเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เหมือนเสื้อผ้า แล้วมันก็สิ้นไป แต่พระองค์ยังคงเดิม และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด
3) ความบันเทิงเป็นคนละส่วนกับการทำตามใจตนเอง
ความบันเทิงแท้จริงต้องมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง
1ปต.4:2-3 เพื่อจะได้ไม่ดำเนินชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในโลกตามใจปรารถนาของมนุษย์ แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า จงให้เวลาที่ผ่านไปแล้วนั้น เพียงพอสำหรับการกระทำสิ่งที่คนต่างชาติชอบกระทำ คือประพฤติตัวตามราคะตัณหา ตามใจปรารถนาอันชั่ว เมาเหล้าองุ่น เลี้ยงกันอย่างถึงใจ กินเหล้าวุ่นวายกัน และการไหว้รูปเคารพซึ่งผิดธรรม
มีนางระบำ มาชวนกิน ดื่ม แต่ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือนั่งดูทีวีทั้งวัน งานก็ไม่เสร็จ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความบันเทิง
1) คริสเตียนไม่ควรเกี่ยวข้องกับความบันเทิง
คริสเตียนสามารถบันเทิงได้โดยมีพระเจ้าอยู่ภายใน เพราะเราต้องอยู่ในโลก และให้โลกเห็นพระเจ้าในชีวิต
2) ความบันเทิงเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายของโลก
จริงๆแล้วพระจ้าสร้างความบันเทิงมาตั้งแต่สร้างโลก
ปฐก.2:8-9 และ 19
8 พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน ทางทิศตะวันออก และให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นมานั้นอยู่ที่นั่น แล้วพระเจ้าทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดที่งามน่าดูและที่น่ากิน เป็นอาหารงอกขึ้นจากดิน 9 มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่ท่ามกลางสวนนั้น กับต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย
19 พระเจ้าจึงทรงปั้นบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งและนกในท้องฟ้าให้เกิดขึ้นจากดิน แล้วทรงนำมายังชายนั้น เพื่อดูว่าเขาจะเรียกชื่อมันว่าอะไร ชายนั้นตั้งชื่อสัตว์ทั้งปวงที่มีชีวิตว่าอย่างไร สัตว์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น
พระเจ้าสร้างสิ่งสารพัดและให้อาดัมเพลิดเพลิน เช่น ให้ตั้งชื่อสัตว์ , สร้างสัตว์มาหน้าตาตลก
แต่เมื่อมนุษย์ทำบาปก็หาวิธีสร้างความบันเทิงแบบแปลกๆ เช่น ล่าสัตว์ , ล่วงประเวณี
3) เราสามารถรับความบันเทิงจากสิ่งต่างๆในโลกเท่านั้น
บางคนมองพระเจ้าไม่บันเทิง มีแต่การรับใช้ แต่คริสเตียนก็สามารถบันเทิงอย่างมีสาระได้
แหล่งแห่งความบันเทิง
1) พระเจ้า
เป็นแหล่งความบันเทิงแท้ , เราจึงควรชื่นชมยินดีมากเมื่อเฝ้าเดี่ยว (การเข้ามานมัสการพระเจ้าส่วนตัว)
มธ.6:19-20 ฝ่ายทูตสวรรค์นั้นจึงตอบว่า "เราคือกาเบรียลซึ่งยืนคอยรับใช้อยู่หน้าพระพักตร์พระเจ้า และทรงใช้ให้มาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้ง นี่แน่ะ เพราะท่านมิได้เชื่อถ้อยคำของเราถึงเรื่องที่จะบังเกิดขึ้นตามกำหนด ท่านก็จะเป็นใบ้ไปจนถึงวันที่การณ์เหล่านี้จะสำเร็จ"
เลือกสั่งสมในทางของพระเจ้าดีกว่าเป็นเศรษฐี
เลือกเชื่อฟังพระเจ้าและทำสิ่งที่ถูกต้อง
2) คนรอบข้าง
รม.15:24 เมื่อข้าพเจ้าจะไปประเทศสเปน ข้าพเจ้าจะแวะมาหาท่านทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าหวังว่าจะได้พบท่านขณะที่ไปตามทางนั้น และเมื่อได้รับความบันเทิงใจกับท่านทั้งหลายบ้างแล้ว หวังว่าท่านจะช่วยจัดส่งให้ข้าพเจ้าเดินทางต่อไป
การสามัคคีธรรมกับพี่น้องย่อมได้รับความบันเทิง , เราเป็นพี่น้องในพระคริสต์
พระพร , ความสุขของพี่น้องควรเป็นความสุขและความชื่นชมยินดีของเรา
ทีมนมัสการก็ต้องคาดหวังให้คนได้รับการปลดปล่อย
3) สื่อ
ดนตรี , การแสดง
2ซมอ.6:5 ดาวิดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลก็ร่าเริงกันอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าด้วยเต็ม กำลังของเขาทั้งหลายมีการร้องเพลง เล่นพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รำมะนา กรับ และฉาบ
ดว.ใช้เครื่องดนตรีในการสรรเสริญพระเจ้า
4) กิจกรรมต่างๆ
ฉธบ.16 ยกตัวอย่าง 10-11 10 ท่านทั้งหลายจงถือเทศกาลสัปดาห์ถวายแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ตามขนาดของถวายตามใจสมัครถวายจากมือของท่าน ซึ่งท่านจะถวายตามที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน 11 ท่านจงปีติร่าเริงต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ทั้งตัวท่านและบุตรชายหญิงของท่าน ทั้งทาสชายหญิงของท่าน คนเลวีซึ่งอยู่ในเมืองของท่าน ทั้งคนต่างด้าว เด็กกำพร้า และแม่ม่ายซึ่งอยู่ท่ามกลางท่าน ณ สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกไว้ ให้พระนามของพระองค์ประทับที่นั่น
พูดถึงงานเลี้ยงเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น ปัสกา
เกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกความบันเทิง
1) ความขัดแย้งกับหลักการพระคัมภีร์
ก. ไม่ตอบสนองความต้องการขอเนื้อหนัง เช่น ทำเพื่อความสะใจ แซว
กท.5:16-17แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง 17 เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้
ข. เป็นผลดีต่องานของพระเจ้า
1คร.10:23 เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น
ทุกสิ่งทำได้แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งเสริมสร้าง ต้องรู้จักเลือก
2) ไม่เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นสะดุด
รม.14:13 , 21 13 ดังนั้นเราอย่ากล่าวโทษกันและกันอีกเลย แต่จงตัดสินใจเสียดีกว่า ว่าจะไม่วางสิ่งซึ่งทำให้สะดุด หรือสิ่งกีดขวางทางของพี่น้อง , 21 เป็นการดีที่จะไม่กินเนื้อสัตว์หรือเหล้าองุ่นหรือทำสิ่งใดๆที่จะเป็นเหตุ ให้พี่น้องสะดุด
3) ไม่เป็นเหตุที่ทำให้เราเข้าสู่การทดลอง
1คร.10:12 เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้ว ก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง
รู้จักตัวเองและพยายามป้องกันตัวเอง เพลงสากลบางเพลงอาจทำให้เราเศร้าไปด้วยและอยู่ในการทดลอง
4) เป็นเหตุที่ทำให้เกิดการถดถอยทางความเชื่อ
ฮบ.12:26 พระสุรเสียงของพระองค์คราวนั้นได้บันดาลให้แผ่นดินหวั่นไหว แต่บัดนี้พระองค์ได้ตรัสสัญญาไว้ว่า อีกครั้งหนึ่งเราจะกระทำให้หวาดหวั่นไหว มิใช่แผ่นดินโลกแห่งเดียว แต่ทั้งท้องฟ้าด้วย
เอซาวควรเลือกสิ่งที่ควรเลือกมากกว่าสิ่งที่อยากเลือก
บางคนติดสิ่งอื่นมาก แต่มาโบสถ์เพื่อเป็น Choice เท่านั้น
5) ไม่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดการชี้นำและคนอื่นหลงผิด
มธ.18:6 แต่ผู้ใดจะทำผู้เล็กน้อยเหล่านี้คนหนึ่งที่วางใจในเราให้หลงผิด ถ้าเอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอผู้นั้นถ่วงเสียที่ทะเลลึกก็ดีกว่า
6) ไม่นำมาซึ่งความเสี่ยง , อันตรายทั้งแก่ร่างกาย , ชีวิตและจิตใจของผู้อื่น
1คร.10:23 เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น
No comments:
Post a Comment