Pages

Friday, February 13, 2009

เหตุผล 10 ประการ ที่คริสเตียนเชื่อพระคัมภีร์

Who is Jesus of Nazareth? Is Jesus Christ Lord, Liar or Lunatic?
Is Jesus God? Is Jesus the Savior?

1. ความตรงไปตรงมา
พระ คัมภีร์ช่างซื่อตรงยิ่งนัก แม้ความจริงจะเจ็บปวดก็ตาม พระคัมภีร์ชี้ว่ายาโคบ ผู้เป็นบิดาแห่ง "ชนชาติที่ได้รับการเลือกสรร" เป็นคนหลอกลวง และยังบรรยาย ถึงโมเสสผู้มอบพระบัญญัติว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีความมั่นคงและโลเล ซึ่งก่อนที่ท่านจะ มาช่วยเหลือชนชาติของท่านนั้น ท่านได้ฆ่าคนแล้วหลบหนีไปยังทะเลทราย พระคัมภีร์ ไม่เพียงกล่าวถึงกษัตริย์ดาวิดว่าเป็นกษัตริย์ แม่ทัพและผู้นำฝ่ายวิญญาณที่อิสราเอล รักมากที่สุดเท่านั้น

แต่ยัง กล่าวว่าพระองค์ได้เอาภรรยาของคนอื่นมา และได้วางอุบาย ให้สามีของนางถูกฆ่าเพื่อปกปิดความบาปของพระองค์เอง ในแง่หนึ่ง พระคัมภีร์ได้ กล่าวโทษคนของพระเจ้าคือชนชาติอิสราเอลว่า เลวร้ายมากยิ่งกว่าเมืองโสโดมและเมือง โกโมราห์เสียอีก (อสค.16:46-52) พระคัมภีร์แสดงถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นศัตรูกับ พระเจ้า และยังทำนายถึงอนาคตที่เต็มไปด้วยปัญหา พระคัมภีร์สอนว่า ทางไปสู่สวรรค์นั้น คับแคบและทางไปสู่นรกนั้นกว้าง เห็นได้ชัดว่าพระคัมภีร์ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อคนที่ต้องการ คำตอบสบายๆ หรือง่ายๆ ที่มองศาสนาและธรรมชาติของมนุษย์ในแง่ดีเพียงด้านเดียว

2. การรักษาพระคัมภีร์ไว้ให้เหมือนต้นฉบับเดิม
เมื่อ ประเทศอิสราเอลในปัจจุบันได้ถุกก่อตั้งขึ้นใหม่หลังจากที่กระจัดกระจายไป หลายพันปี คนเลี้ยงแกะชาวเบดูอินคนหนึ่งได้พบสมบัติทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดชิ้น หนึ่งสำหรับสมัย ของเรา เป็นเวลาถึงสองพันปีที่เอกสารนี้ถูกซ่อนอยู่ในไหแตกใบหนึ่งในถ้ำทางชายฝั่ง ตะวัน ตกเฉียงเหนือของทะเลตาย นอกจากนี้ยังมีการค้นพบต้นฉบับคัดลอกซึ่งมีอายุเก่ากว่าสำเนา ที่เก่าที่สุดที่มีอยู่ถึง 1000 ปี ฉบับคัดลอกฉบับหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือฉบับคัดลอกของอิสยาห์ ที่ปรากฏว่าเหมือนกับหนังสืออิสยาห์ในพระคัมภีร์ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ อย่างยิ่ง หนังสือม้วนที่ ทะเลตายนี้ถูกค้นพบท่ามกลางฝุ่นดินเป็นราวกับสัญลักษณ์แห่งการจับมือต้อนรับ ชนชาติที่ หวนคืนสู่บ้านเกิด สิ่งเหล่านี้ได้ลบล้างคำกล่าวอ้างของบรรดาผู้ที่เชื่อว่า ต้นฉบับพระคัมภีร์ ได้สูญหายไปกับกาลเวลาและถูกบิดเบือนไป

3. ข้ออ้างในพระคัมภีร์เอง
พระ คัมภีร์อ้างถึงพระคัมภีร์เองไว้อย่างไรเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบ ถ้าผู้เขียนพระคัมภีร์ ไม่ได้กล่าวว่าตนกำลังพูดแทนพระเจ้า เราก็คงจะทึกทักไปเองเป็นแน่ ซึ่งเราก็คงจะมีปัญหา อีกแบบหนึ่ง คงมีเรื่องลึกลับมากมายที่เราไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นความลึกลับที่ประกอบอยู่ใน วรรณกรรมทางประวัติศาสตร์และจริยธรรม และเราก็คงจะไม่มีทางมีหนังสือที่เป็นแรง บันดาลใจให้เกิดคริสตจักรและธรรมศาลานับจำนวนไม่ถ้วนทั่วโลก หากพระคัมภีร์ไม่ได้อ้าง ว่ากำลังพูดแทนพระเจ้า ก็คงไม่สามารถเป็นรากฐานความเชื่อของคริสเตียนและยิวนับล้านๆ คนได้ (2 เปโตร1:16-21) แต่มีหลักฐานและข้อโต้แย้งมากมายที่สนับสนุนว่าผู้เขียนได้รับ การดลใจจากพระเจ้า เนื่องจากคนนับล้านได้ยอมแลกความเป็นอยู่ที่ดีของตนทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตนิรันดร์กับการรักษาข้อกล่าวอ้างเหล่านั้น พระคัมภีร์คงจะเป็นหนังสือที่ดีไม่ได้ หากผู้เขียนโกหกเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูล

4. การอัศจรรย์ของพระคัมภีร์
การ อพยพของชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ เป็นพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ที่สนับสนุนให้ เชื่อว่าพระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ต่อชาวอิสราเอล ถ้าทะเลแดงไม่ได้แยกออกจริงตามที่ โมเสสว่า พระคัมภีร์เดิมก็คงสูญเสียสิทธิอำนาจที่จะกล่าวในพระนามพระเจ้า พระคัมภีร์ใหม่ ก็มีเรื่องของอัศจรรย์ต่าง ๆ เช่นกัน อัครทูตเปาโลยอมรับว่า ถ้าพระเยซูไม่ได้ทรงฟื้นจาก ความตาย ความเชื่อของคริสเตียนก็มีพื้นฐานอยู่บนเรื่องหลอกลวงเท่านั้น (1โครินธ์ 15:14-17) เพื่อเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือ พระคัมภีร์ใหม่ได้อ้างรายชื่อพยานหลายคนไว้ซึ่งพยาน เหล่านี้อยู่ในช่วงเวลาที่พิสูจน์ได้ด้วย (1โครินธ์ 15:1-8) พยานหลายคนยอมสละแม้ชีวิต มิใช่เพื่อศีลธรรมที่ไม่อาจจับต้องได้หรือเพื่อความเชื่อมั่นฝ่ายวิญญาณ แต่เพื่อคำกล่าวอ้าง ที่พวกเขายืนยันว่าพระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย การสละชีวิตเพื่อความเชื่ออาจจะไม่ใช่ เรื่องแปลก แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าคนเหล่านั้นยอมสละชีวิตของตนเองบนพื้นฐานใด มีหลาย คนที่ยอมตายเพื่อสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นความจริง แต่คงไม่มีใครยอมตายเพื่อเรื่องที่รู้ทั้งรู้ว่า เป็นเรื่องโกหก

5. เอกภาพของพระคัมภีร์
ผู้ เขียน 40 คน ใช้เวลากว่า 1,600 ปี เขียนหนังสือ 66 เล่มซึ่งประกอบขึ้นเป็นพระคัมภีร์ แม้จะมีช่วงเวลา 400 ปีที่ไม่ได้บันทึกอะไรไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างพระคัมภีร์เดิม 39 เล่มกับพระ คัมภีร์ใหม่ 27 เล่ม แม้กระนั้นตั้งแต่หนังสือปฐมกาลถึงหนังสือวิวรณ์ ทุกเล่มต่างก็เล่าถึง เรื่องเดียวกันที่ได้รับการเปิดเผยไว้ ทุกเล่มต่างก็ให้คำตอบที่ไปในทางเดียวกันต่อคำถาม สำคัญที่เราถามกันว่า ทำไมเราจึงมาอยู่ที่นี่? เราจะขจัดความกลัวได้อย่างไร? เราจะอยู่ร่วม กันด้วยดีได้อย่างไร? เราจะอยู่เหนือสถานการณ์และยังมีความหวังใจได้อย่างไร? เราจะ คืนดีกับพระผู้สร้างของเราได้อย่างไร? พระคัมภีร์ได้ตอบคำถามเหล่านี้อย่างสอดคล้อง ต้องกันแสดงให้เห็นว่าพระคัมภีร์ไม่ได้เป็นหนังสือหลายเล่ม แต่เป็นเล่มเดียว

6. ความเที่ยงตรงทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์
ทุก ยุคสมัยมีคนมากมายที่คลางแคลงใจในความเที่ยงตรงทางประวัติศาสตร์ของพระ คัมภีร์ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่นักโบราณคดีสมับปัจจุบันได้ขุดพบหลักฐานของบุคคล สถานที่และ วัฒนธรรมที่ปรากฏในพระคัมภีร์อยู่เสมอ บ่อยครั้งที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวที่บันทึกในพระ คัมภีร์นั้นน่าเชื่อถือยิ่งกว่าข้อสันนิษฐานของบรรดานักวิชาการ ทุกวันนี้ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ และสถานที่ซึ่งพระคัมภีร์กล่าวถึง ต่างก็เกิดความประทับใจกับสภาพจริงทางภูมิศาสตร์และ ประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในพระคัมภีร์

7. พระคริสต์ทรงให้การรับรองพระคัมภีร์
หลาย ต่อหลายคนกล่าวถึงพระคัมภีร์ในทางดี แต่ไม่มีคำรับรองใดที่มีน้ำหนักมากเท่ากับคำ กล่าวของพระเยซูชาวนาซาเร็ธ พระองค์มิได้เพียงยืนยันโดยพระดำรัสเท่านั้น แต่ด้วยชีวิต ของพระองค์เองด้วย ตลอดช่วงเวลาที่พระองค์ถูกทดลอง เมื่อทรงสั่งสอนประชาชนหรือ เมื่อทรงทนทุกข์ พระองค์ทรงทำให้ชัดเจนว่าทรงเชื่อพระคัมภีร์เดิมมากกว่าที่จะทรงคิดว่า เป็นประเพณีของชนชาติที่สืบทอดกันมาเท่านั้น (มัทธิว4:1-11,5:17-19) พระองค์ทรงเชื่อ ว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับพระองค์ พระองค์ตรัสต่อประชาชาติของพระองค์ว่า "ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็น พยานให้แก่เรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต" (ยอห์น 5:39-40)

8. ความแม่นยำของคำพยากรณ์
ตั้งแต่ สมัยโมเสสมาแล้ว ที่พระคัมภีร์ได้พยากรณ์ถึงเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากเชื่อ ก่อนที่ อิสราเอลจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา โมเสสได้ทำนายว่าอิสราเอลจะไม่สัตย์ซื่อจนทำให้ ต้องสูญเสียแผ่นดินที่พระเจ้าประทานให้ และต้องกระจัดกระจายไปทั่วโลก แล้วรวมตัวกันอีก และกลับมาตั้งถิ่นฐานอีกครั้งหนึ่ง (เฉลยธรรมบัญญัติ 28-31) หัวใจสำคัญของคำพยากรณ์ ในพระคัมภีร์เดิมคือ พระสัญญาเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ผู้จะทรงช่วยประชากรของพระเจ้าให้ พ้นจากความบาปผิดของเขาทั้งหลาย และในที่สุดจะนำการพิพากษาและสันติสุขมายังมนุษย์ ทั้งโลก

9. ความอยู่รอดของพระคัมภีร์
หนังสือ ของโมเสสเขียนขึ้นก่อนพระคัมภีร์ฮินดูเล่มที่เก่าแก่ที่สุดถึง 500 ปี โมเสสเขียน ปฐมกาลก่อนพระมูฮัมหมัดเขียนคัมภีร์กุรอ่านถึง 2,000 ปี ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ อันยาวนานนั้น ไม่มีหนังสือเล่มใด ที่เป็นที่รักและเป็นที่เกลียดชังเท่ากับพระคัมภีร์ ไม่มี หนังสือเล่มใดที่มีผู้ซื้อ ผู้ศึกษาและอ้างอิงอย่างมากมายเท่ากับหนังสือเล่มนี้ ในขณะที่ หนังสือเล่มอื่นเป็นล้านๆเล่มผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พระคัมภีร์ยังคงเป็นหนังสือที่ใช้เป็น มาตรฐานประเมินหนังสือเล่มอื่นๆ แม้ว่าบ่อยครั้งผู้ที่ไม่ชอบใจคำสอนในพระคัมภีร์จะไม่ ใส่ใจ แต่พระคัมภีร์ก็ยังคงเป็นหนังสือที่เป็นศูนย์กลางของอารยธรรมตะวันตกตลอดมา

10. อำนาจของพระคัมภีร์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิต
ผู้ ที่ไม่เชื่อมักอ้างว่ามีบางคนที่บอกว่าเชื่อในพระคัมภีร์แต่ไม่ได้รับการ เปลี่ยนแปลงโดย พระคัมภีรื แต่ในประวัติศาสตร์มีหลายคนที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นโดยหนังสือนี้

  • บัญญัติ 10 ประการเป็นต้นกำเนิดแนวทางศีลธรรมให้กับคนจำนวนนับไม่ถ้วน
  • หนังสือสดุดีของดาวิดให้การปลอบประโลมใจในเวลาที่มีปัญหาและสูญเสีย
  • คำเทศนาบนภูเขาของพระเยซูเป็นยาแก้ความเย่อหยิ่งและยารักษาบรรดาคนยโสที่ยึดถือ กฎเกณฑ์ตายตัวนับล้านๆคน
  • คำบรรยายของเปาโลเรื่องความรักใน 1 โครินธ์ 13 ทำให้ใจที่โกรธขึ้งอ่อนลง
  • ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างอัครทูตเปาโล, ออกัสติน, มาร์ติน ลูเธอร์, จอห์น นิวตัน, ลีโอ ตอลสตอย และซี.เอส.ลูอิส แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลง โดยพระคัมภีร์ แม้แต่ ชนชาติหรือชนเผ่าอย่างพวกเซลท์ในไอแลนด์ ชาวไวกิ้งที่ป่าเถื่อนในนอร์เวย์ หรืออินเดียนแดงเผ่าออคาในเอกวาดอร์ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยพระคำของพระเจ้า และ โดยชีวิตของพระเยซูคริสต์ที่มีความหมายและไม่มีใครเปรียบได้
สรุป
ไม่ ใช่คุณคนเดียว ที่มีคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพระคัมภีร์ พระคัมภีร์ก็มีสิ่งลี้ลับ เหมือนกับโลกรอบ ๆ ตัวเรา แต่ถ้าพระคัมภีร์เป็นอย่างที่อ้างไว้จริงๆ คุณก็ไม่จำเป็นต้อง พยายามเสาะหาหลักฐานด้วยตัวคุณเอง พระเยซูทรงสัญญาว่าจะประทานความช่วยเหลือ จากพระเจ้าให้กับผู้ที่ต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับพระองค์และคำสอนของ พระองค์ พระเยซูซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ใหม่ตรัสว่า "ถ้าผู้ใดตั้งใจประพฤติตาม พระประสงค์ของพระองค์ ผู้นั้นก็จะรู้ว่าคำสอนนั้นมาจากพระเจ้าหรือว่าเราพูดตามใจ ชอบของเราเอง" (ยอห์น7:17) กุญแจสำคัญดอกหนึ่งในการเข้าใจพระคัมภีร์คือ พระคัมภีร์ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้เรา สนใจพระคัมภีร์เท่านั้น แต่หลักการทุกอย่างในพระคัมภีรืมีขึ้นเพื่อแสดงให่เห็นถึง ความจำเป็นที่เราจะต้องรับการอภัยโทษซึ่งพระเยซูทรงจัดเตรียมไว้ให้เรา พระคัมภีร์ แสดงให้เราเห็นว่า เพราะเหตุไรจึงจำเป็นต้องให้พระวิญญาณของพระเจ้าดำรงพระ ชนม์อยู่ในเรา พระเจ้าประทานพระคัมภีร์ก็เพื่อเหตุนี้

ที่มา : องค์การเยาวชนไทยเพื่อพระคริสต์

Friday, January 30, 2009

The Da Vinci Code 6 ประเด็นบินเบือนพระคัมภีร์


Who is Jesus of Nazareth? Is Jesus Christ Lord, Liar or Lunatic?
Is
Jesus God? Is Jesus the Savior?


พอดีไปอ่านเจอมา ก็ เลยเอามาให้อ่าน ประเด็นหลักๆ 6 เรื่องจาก The Da vinci code ที่มีการบิดเบือนพระคัมภีร์ค่ะ

1 หนังสือดาวินชี่โคดระบุว่าพระเยซูไม่ตายจริงแต่แต่งงานมีลูก
*** แต่มีหลักฐาน พยานว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์จริงหลังถูกตรึงบนกางเขนและฟื้นพระชนม์จริง
ส่วนหลักฐานเรื่องการมีครอบครัวและการครองเรือนของพระเยซูกับมารีย์ไม่มีจริง

2.กษัตริย์คอนสแตนตินแก้ไขพระคัมภีร์
***จุดสังเกตคือพระคัมภีร์มีต้นฉบับเดิมอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่สามารถแก้ไขใหม่อย่างการกล่าวอ้าง
อีกทั้งยังมีหลักฐานการบันทึกพระคัมภีร์จริงๆ****

3.การแต่งงานและการมีทายาทของพระเยซู
***จุดสังเกตคือ ในพระคัมภีร์ไม่มีข้อห้ามเรื่องการแต่งงานถ้ามีการแต่งงานจริงก็ไม่จำเป็นต้องปกปิด
แต่ถ้าคิดว่าเป็นปัญหาการที่มารีย์ตั้งครรภ์พระเยซูโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ก่อนแต่งงานกับโยเซฟยังถือว่าสุ
่มเสี่ยงต่อโทษที่จะเกิดขึ้นมากกว่าค่ะ***
ประเด็นที่ 4 น่ะค่ะ...แดน บราวน์ บอกว่า แมรี่ แมกดาลีน เป็นสาวกหญิงที่มีความสำคัญน้อยกว่าสาวกชาย
เป็นคู่แข่งของเปโตร และกำลังจะถูกฆ่า ประเด็นนี้เน้นไปที่การถูกกดขี่ ข่มเหงทางเพศ
การกดผู้หญิงต่ำกว่าผู้ชาย (จากการกล่าวอ้าง โดยภาพวาดที่มีมีดจ่อหลัง)
*** จุดสังเกต พระคัมภีร์ไม่เคยสอนให้มีการเหยียดเพศแม่ค่ะ
แต่กลับยกย่องให้ความสำคัญกับผู้หญิงในการรับใช้งานพระเจ้าเสมอ
อีกทั้งนิกายคาทอลิกก็ยังยกย่องพระแม่มารีย์มากๆด้วยซ้ำไป

ส่วนภาพที่กล่าวอ้างเป็นเพียงมโนความคิดจินตนาการของจิตรกร ซึ่งภาพดังกล่าว ไม่ใช่แมรี่
แมกดาลีนแต่เป็นยอห์นค่ะ...เพียงแต่คนวาดมีรสนิยมทางเพศเบี่ยนเบนรวมทั้งสมัยนั้นจิตรกรชอบวาดให้ผู้ชายมี
ใบหน้าสวยงามดุจหญิงสาวก็เท่านั้นเองค่ะ

จุดสังเกตข้อ 5 ..เรื่องสาแหรกหรือพงศ์พันธ์ของเชื้อสายพระเยซูนั้นไม่มีหลักฐานจริงทางประวัติศาสตร์
รวมทั้งหลักฐานเชื้อสายของแมรี่ แมกดาลีนที่ นายแดน บราวน์อ้างว่าเป็นเชื้อพระวงศ์จากฝรั่งเศส
ก็ไม่มีจริงเป็นการกุเรื่อง ไม่มีข้อมูลและหลักฐานมายืนยัน..

อืม....อย่างไรก็ตาม..ความจริงเคยมีหลักฐานที่เด้ปลอมแปลงขึ้นมาเท่านั้นค่ะ
ซึ่งคนที่ปลอมแปลง"นายพล็องตาร์ด"ได้ออกมายอมรับสารภาพต่อศาลประเทศฝรั่งเศสแล้วในปี 1993
ว่าประดิษฐ์เอกสารปลอมขึ้นมาค่ะ

จุดสังเกต***ชาวยิวให้ความสำคัญอย่างมากกับการทำประวัติประชากรค่ะ
หมาเฝ้าบ้านจำได้ว่าตอนพระเยซูจะประสูติโยเซฟและมารีย์ก็เดินทางกับถิ่นฐานเพื่อการนี้เช่นกัน
จำได้มั้ยค่ะ ดังนั้นถ้าการกล่าวอ้างเป็นจริงยังไงก็ต้องมีข้อมูลหลักฐานมายันกันค่ะ

ข้อต่อมาเรื่องจอกศักดิ์สิทธิ์ที่แดน บราวน์ตีความว่าเป็น ถ้วยรองรับเลือดพระเยซู
เสมือนการบอกถึงเชื้อสาย ทายาทของพระองค์
****จุดสังเกตว่า(มั่ว..อีกแล้ว)...คือในสมัยสงครามครูเสด ที่มีทั้งหมด 9
ครั้งนั้นได้พบของศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจากการเล่าขานจำนวนมากหลายต่อหลายชิ้นอยู่แล้ว
..ดังนั้นการที่จอกศักดิ์สมัยอาหารมื้อสุดท้าย"ลาส ซัพเพอร์"ในภาพวาดแล้วเอามาโยงกันมั่วๆ
ถือว่าเป็นเพียงนิยายซ้อนนิยาย
เพราะของจริงที่พระเยซูใช้ดื่มเหล้าองุ่นร่วมกับสาวกผ่านมาเป็นพันๆปีก็คงแตก หัก พัง ไปแล้วล่ะค่ะ****

นอกจาก 6 ข้อหลันี้ยังมีจุดบอดของหนังสือและหนังลวงโลกของนายแดน บราวน์ อีกมากมายค่ะ
ที่แสดงให้เห็นว่าเจตนาของคนผู้นี้เพียงแค่เอาเรื่องของพระเจ้ามาขายกิน
อีกทั้งยังกุเรื่องบิดเบือนประวัติศาสตร์และพระคัมภีร์ซึ่งมีผลกระทบต่อความอ่อนไหวของผู้เชื่อบางคน
เมื่อเรารู้ความจริงว่าเขาโกหกก็ยิ่งต้องหนักแน่นต่อความเชื่อน่ะค่ะ

...อย่าลืมว่าการแก้แค้นเป็นของพระองค์
เราเพียงอธิษฐานขอให้พระเจ้าคุ้มครองความเชื่อของพี่น้องคริสเตียนทั่วโลกและถือโอกาสนี้ประกาศกับคนที่สง
สัยในเรื่องดังกล่าวด้วยท่าทีที่เหมาะสม ถือว่าเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ก็เยี่ยมแล้วค่ะ.........



Tuesday, January 20, 2009

ฝ่าวิกฤต... ชีวิตมหัศจรรย์



Who is
Jesus of Nazareth? Is Jesus Christ Lord, Liar or Lunatic?
Is
Jesus God? Is Jesus the Savior?
  • สัมผัสบทเพลง และข่าวประเสริฐอันทรงพลานุภาพ
  • คืนความหวัง และพลังใจสู่สังคมไทย
  • ปลดคำแข่งสาป รับพระพรจากพระเจ้า
  • อัศจรรย์การรักษาโรค
1 คน นำ 1 คนช่วยคนไทยพ้นวิกฤต

Saturday, January 17, 2009

คำอธิษฐานต้อนรับพระเยซู

Who is Jesus of Nazareth? Is Jesus Christ Lord, Liar or Lunatic?
Is
Jesus God? Is Jesus the Savior?

ถ้าหากท่านพร้อมที่จะอธิษฐานตามข้อความเหล่านี้ ข้าพเจ้ายินดีอธิษฐานร่วมกับท่านเดี๋ยวนี้

"องค์พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพเจ้าต้องการพระองค์ ข้าพเจ้าขอเปิดประตูใจของข้าพเจ้า ต้อนรับเอาพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายอมรับกับพระองค์ว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาป และขอสารภาพความผิดบาปทั้งสิ้นของข้าพเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ได้ทรงโปรดอภัยโทษบาปผิดให้ข้าพเจ้าแล้ว และได้โปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ข้าพเจ้า ขอได้โปรดครอบครองชีวิตของข้าพเจ้า และกระทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นไปตามแนวทางของพระองค์เถิด อธิษฐานทูลขอในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน"

ถ้าท่านได้อธิษฐานเช่นนี้กับพระเจ้าอย่างจริงใจแล้ว พระเยซูคริสต์เจ้าทรงตรัสว่า ท่านได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์แล้ว พระองค์ตรัสว่า

"คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้ขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด" (โรม 10:9)

และ สิ่งเหล่านี้ได้บังเกิดแก่ท่านแล้ว ตามพระสัญญาจากพระวจนะของพระเจ้า

"นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้นและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา" (วิวรณ์ 3:20)

"พระเจ้าทรงชอบพระทัยที่จะสำแดงให้ธรรมิกชนเหล่านั้นรู้ว่า ในหมู่คนต่างชาตินั้นอะไรเป็นความมั่งคั่งแห่งข้อล้ำลึกนี้ คือที่พระคริสต์ทรงสถิตในท่านอันเป็นที่หวังแห่งศักดิ์ศรี" (โคโลสี 1:27)

  • ความผิดบาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว

"ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาป ของเราโดยพระกรุณาอันอุดมของพระองค์" (เอเฟซัส 1:7)

  • ท่านได้รับสิทธิให้เป็นพระบุตรของพระเจ้าแล้ว

"แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า" (ยอห์น 1:12)

  • ท่านเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่แล้ว

"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น" (2โครินธ์ 5:17)

  • ท่านได้มีชีวิตนิรันดร์แล้ว

"เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าผู้ใดฟังคำของเราและวางใจในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์ และไม่ถูกพิพากษา แต่ได้ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว" (ยอห์น 5:24)

  • ท่านกำลังเข้าสู่ชีวิตใหม่ที่ครบบริบูรณ์ตามแผนการของพระเจ้าแล้ว

"ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์" (ยอห์น 10:10)

  • ท่านได้รับสันติสุขจากพระเจ้าแล้ว

"เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย" (ยอห์น 14:27)

ถ้าท่านปรารถนาที่จะทราบเรื่อง และรู้จักองค์พระเยซูคริสต์มากขึ้นอย่างแท้จริง โปรดส่งชื่อ และเบอร์ที่สามารถมาติดต่อได้ panyaads@gmail.com

Privacy Policy template

This is a Privacy Policy template from www.jensense.com you can use. Just don't forget to include jensense link at the end.Privacy Policy for The privacy of our visitors to http://jesus-christ-in-bible.blogspot.com is important to us. At http://jesus-christ-in-bible.blogspot.com, we recognize that privacy of your personal information is important. Here is information on what types of personal information we receive and collect when you use visit http://jesus-christ-in-bible.blogspot.com, and how we safeguard your information. We never sell your personal information to third parties.Log FilesAs with most other websites, we collect and use the data contained in log files. The information in the log files include your IP (internet protocol) address, your ISP (internet service provider, such as AOL or Shaw Cable), the browser you used to visit our site (such as Internet Explorer or Firefox), the time you visited our site and which pages you visited throughout our site. Cookies and Web BeaconsWe do use cookies to store information, such as your personal preferences when you visit our site. This could include only showing you a popup once in your visit, or the ability to login to some of our features, such as forums.We also use third party advertisements on http://jesus-christ-in-bible.blogspot.com to support our site. Some of these advertisers may use technology such as cookies and web beacons when they advertise on our site, which will also send these advertisers (such as Google through the Google AdSense program) information including your IP address, your ISP , the browser you used to visit our site, and in some cases, whether you have Flash installed. This is generally used for geotargeting purposes (showing New York real estate ads to someone in New York, for example) or showing certain ads based on specific sites visited (such as showing cooking ads to someone who frequents cooking sites).You can chose to disable or selectively turn off our cookies or third-party cookies in your browser settings, or by managing preferences in programs such as Norton Internet Security. However, this can affect how you are able to interact with our site as well as other websites. This could include the inability to login to services or programs, such as logging into forums or accounts.AdSense Privacy Policy Provided by JenSens